Location

ปี 2560

  • เมื่อวันที่ 5 กันยายน เอไอเอสยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงแบบ มีเงื่อนไขและไม่ผูกพันในการเสนอซื้อหุ้นซีเอสแอลจากไทยคมและ สิงเทล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวนรวมร้อยละ 56.21 ในราคาหุ้นละ 7.80 บาท และวันที่ 14 ธันวาคม เอดับบลิวเอ็น ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของเอไอเอสได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบ มีเงื่อนไขต่อผู้ถือหุ้นของซีเอสแอลในราคาเดียวกัน

  • ไฮ ช็อปปิ้ง ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยร่วมมือกับ Lazada และ Shopee ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของประเทศไทย เพื่อเพิ่มช่องทางขายสินค้าและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

  • อินทัชลงทุนในบริษัทร่วมลงทุนในโครงการอินเว้นท์เพิ่มอีก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ดิจิโอ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อีเว้นท์ ป็อป โฮลดิ้งส์ พีทีอี ลิมิเต็ด และบริษัท อีคอมเมิร์ซ เอ็นเนเบลอส์ พีทีอี ลิมิเต็ด (Shopback) จึงทำให้มีบริษัทร่วมทุนภายใต้ การบริหารในรูปแบบคอร์ปอเรท เวนเจอร์ แคปปิตอลในปัจจุบัน ทั้งสิ้น 11 บริษัท

  • เอไอเอส เปิดตัวเครือข่ายใหม่ AIS NEXT G เพื่อตอบสนอง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการใช้งานด้านข้อมูลสูงขึ้นด้วยการ ผสมผสานประสิทธิภาพของความถี่ AIS 4G ADVANCED และ AIS SUPER WIFI เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายใหม่ที่มีความเร็ว สูงสุดระดับกิกะบิตต่อวินาที

  • ไทยคมร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท สตาร์คอร์ มีเดีย เทคโนโลยี จำกัด เพื่อพัฒนา แพลตฟอร์มบริการแพร่ภาพและเสียงผ่านแอพพลิเคชั่นบน อินเทอร์เน็ต หรือ Over The Top (OTT) ในประเทศไทย ซึ่งจะ ช่วยเสริมสร้างการให้บริการแพลตฟอร์ม OTT ในอนาคตสำหรับ ลูกค้าองค์กร สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบ การโทรคมนาคมต่างๆ ในประเทศไทย

  • Location

    ปี 2559

  • เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2559 ไฮ ช็อปปิ้ง ได้เริ่มดำเนินธุรกิจโฮมช็อปปิ้งผ่านการแพร่ภาพทางโทรทัศน์บนช่องดาวเทียม และตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 ได้เพิ่มช่องทางการนำเสนอสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ www.highshopping.com และทางแอพพลิเคชั่น HIGH SHOPPING

  • บริษัทลงทุนในบริษัทร่วมลงทุนในโครงการอินเว้นท์เพิ่มอีกทั้งสิ้น 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด และ บริษัทโซเชี่ยล เนชั่น และได้ออกจากการลงทุนในบริษัท คอมพิวเตอร์โลจีจำกัด และ บริษัท ชอปสปอท โมบิลิตี้ พีทีอี ลิมิเต็ด

  • เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงความถี่วิทยุ895 - 905 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 940 - 950 เมกะเฮิรตซ์ จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำให้สามารถให้บริการ 4G ได้ครอบคลุมร้อยละ 98 ของจำนวนประชากรในประเทศด้วยสถานีฐานกว่า42,100 แห่ง ณ สิ้นปี 2559

  • เอไอเอส ขยายธุรกิจการให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ภายใต้แบรนด์ “AIS Fibre” ด้วยการขยายโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดครอบคลุม 5.2 ล้านครัวเรือนใน 28 จังหวัดและมีลูกค้าจำนวนกว่า 301,500 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี 6 เดือนที่ได้เริ่มให้บริการ

  • ไทยคม ประสบความสำเร็จในการจัดส่งดาวเทียมไทยคม 8ขึ้นสู่วงโคจร ณ ตำแหน่งที่ 78.5 องศาตะวันออก เมื่อวันที่28 พฤษภาคม 2559 ทำให้ไทยคมมีดาวเทียมที่สามารถให้บริการได้ ณ ปัจจุบันจำนวน 5 ดวงปี 2558

  • Location

    ปี 2558

  • บริษัท อินทัช มีเดีย จำกัด (อินทัช มีเดีย) และบริษัท ฮุนไดโฮมช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง) ประเทศเกาหลีใต้ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ “บริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด”(ไฮ ช็อปปิ้ง) เพื่อดำเนินธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยอินทัช มีเดีย ร่วมลงทุน 255ล้านบาท หรือถือหุ้นร้อยละ 51 และฮุนได โฮมช็อปปิ้ง ถือหุ้นร้อยละ 49 ตามลำดับ

  • อินทัช มีเดีย และบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(กันตนา กรุ๊ป) ผลิตซีรีส์ Gossip Girl Thailand และแอพพลิเคชั่นบนหน้าจอทางเลือกที่ 2 (Second Screen) โดยสามารถใช้แอพพลิเคชั่นอย่างเต็มรูปแบบในขณะรับชมรายการทางโทรทัศน์เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ชมกับเนื้อหาบนจอทีวี

  • บริษัทลงทุนในบริษัทร่วมลงทุนในโครงการอินเว้นท์เพิ่มอีกทั้งสิ้น 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซินโนส จำกัด บริษัท เพลย์เบสิสพีทีอี ลิมิเต็ด บริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด และบริษัท ชอปสปอทโมบิลิตี้ พีทีอี ลิมิเต็ด

  • เอไอเอส เปิดให้บริการ “AIS Fibre” บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตบ้าน ความเร็วสูงสุด 1 Gbps ซึ่งเป็นรายแรกและรายเดียวที่ให้บริการPURE Fibre โดยนำเสนอพร้อมแพ็กเกจความบันเทิงจากกล่องทีวี อินเทอร์เน็ต AIS PLAYBOX

  • เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เอดับบลิวเอ็น ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ชุดที่ 2 ช่วงความถี่วิทยุ 1725-1740 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1820-1835เมกะเฮิรตซ์ จาก กสทช. และได้เปิดให้บริการ 4G ด้วยสถานีฐานกว่า 6,000 แห่ง ในเดือนมกราคม 2559

  • บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี ลิมิเต็ด (เชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของไทยคม ร่วมกับรัฐบาลของ สปป. ลาว ได้ลงนามในข้อตกลงในการขยายเวลาของสัญญาร่วมทุนและสัญญาอนุญาตให้ดำเนินการในการให้บริการทางด้านโทรคมนาคมใน สปป. ลาวซึ่งมีผลให้ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด บริษัทร่วมค้าที่ไทยคมถือหุ้นผ่านเชน ได้รับการต่ออายุสิทธิในการให้บริการทางด้านโทรคมนาคมใน สปป. ลาว ต่อไปอีก 25 ปี จนถึงปี 2589

  • Location

    ปี 2557

  • บริษัท เปลี่ยนชื่อและตราสำคัญของบริษัทเป็น บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และภาษาอังกฤษเป็น Intouch Holdings Public Company Limited เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557

  • บริษัท ทรานสคอสมอส จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น เข้าถือหุ้นในบริษัท อุ๊คบี จำกัด (อุ๊คบี) ร้อยละ 11.11 หลังจากการเพิ่มทุนด้วยมูลค่าการลงทุน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 161.6 ล้านบาท) ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของอินทัชในอุ๊คบีลดลง เหลือร้อยละ 22.26

  • บริษัทได้เปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินปันผลจาก “ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี” เป็น “จากเงินปันผลส่วนใหญ่ที่บริษัทได้รับจากบริษัทร่วมและบริษัทย่อยหลังหักค่าใช้จ่าย”

  • อินทัช มีเดีย ได้ร่วมลงทุนในกิจการร่วมค้ากับกันตนา กรุ๊ปในสัดส่วนฝ่ายละร้อยละ 50 มีเงินลงทุนเบื้องต้นจำนวน 40 ล้านบาทเพื่อลงทุนและผลิตรายการสำหรับการออกอากาศในช่องโทรทัศน์ทางช่องดิจิทัล และเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจที่มีอยู่

  • อินทัชลงทุนในบริษัทอินฟินิตี้ เลเวล สตูดิโอ พีทีอี ลิมิเต็ดซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนในโครงการอินเว้นท์

  • เอไอเอสขยายเครือข่าย AIS 3G 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมทั่วประเทศและมากกว่าโครงข่าย 2G เดิม โดยเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ใช้เวลาเพียง 1 ปีในการพัฒนาโครงข่ายให้ครอบคลุมและเร็วกว่าข้อกำหนดของ กสทช. ที่กำหนดให้ครอบคลุมร้อยละ 80ของจำนวนประชากรทั้งหมดภายใน 4 ปี

  • ไทยคม ได้จัดส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจร ณ ตำแหน่งวงโคจร 78.5 องศาตะวันออก ในวันที่ 6 มกราคม 2557

  • ไทยคม นำดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 7กันยายน 2557 ณ ตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออก 39

  • Location

    ปี 2556

  • บริษัท เปิดตัวโครงการร่วมลงทุนภายใต้ชื่อ อินเว้นท์ (InVent) ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนในรูปแบบคอร์ปอเรท เวนเจอร์ แคปปิตอล (Corporate Venture Capital) ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ (young entrepreneur) ที่มีศักยภาพในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอลคอนเทนต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยังเป็นการขยายการลงทุนที่จะทำให้กลุ่มอินทัชเติบโตมากขึ้นอีกด้วย

  • เอดับบลิวเอ็น เริ่มต้นให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อย่างเป็นทางการ

  • Location

    ปี 2555

  • บริษัท เปิดตัวโครงการร่วมลงทุนภายใต้ชื่อ อินเว้นท์ (InVent) ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกของวงการธุรกิจไทย กับการร่วมลงทุนในรูปแบบคอร์ปอเรท เวนเจอร์ แคปปิตอล (Corporate Venture Capital) ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนให้กับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย (Small and Medium Enterprises - SMEs) ที่มีศักยภาพในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และสื่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC) ในปี 2558 ขณะเดียวกันยังเป็นการขยายการลงทุนที่จะทำให้กลุ่มอินทัชเติบโตมากขึ้นอีกด้วย

  • บริษัทร่วมลงทุนรายแรกในโครงการอินเว้นท์ คือ บริษัท อุ๊คบี จำกัด (อุ๊คบี) โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25.03 คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 57.48 ล้านบาท

  • บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ เอไอเอส ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 99.99 ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

  • ไทยคมได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 3 จาก กสทช. มีระยะเวลา 20 ปี โดยไทยคม 7 เป็นดาวเทียมดวงแรกของบริษัทภายใต้ใบอนุญาต

  • Location

    ปี 2554

  • บริษัท เปลี่ยนเครื่องหมายการค้าจาก “SHIN” เป็น “INTOUCH” (อินทัช) โดยเปลี่ยนจากสัญลักษณ์ลูกโลกเดิมที่ใช้มากว่า 20 ปี สู่สัญลักษณ์ใหม่ที่สามารถสะท้อนความเป็นมิตรได้ดียิ่งขึ้น ใกล้ชิด และสัมผัสได้ง่ายขึ้น

  • ไทยคมได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการสร้างดาวเทียมไทยคม 6

  • ไทยคมได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ Asia Satellite Telecommunications Co., Ltd. ในการจัดหาดาวเทียมชั่วคราว ไปไว้ยังตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก หลังจากนั้นจะจัดส่งดาวเทียมดวงใหม่ ขึ้นสู่วงโคจรในปี 2557 ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในครั้งนี้ จะช่วยรักษาสิทธิ์ของประเทศไทยในตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก และจะทำให้มีช่องสัญญาณเพิ่มเติมสำหรับให้บริการช่องสัญญาณโทรทัศน์ โทรคมนาคมและบรอดแบนด์ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอีกด้วย

  • บริษัท ขายเงินลงทุนในเอไอเอส บางส่วนจำนวน 61 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 2.05 ของทุนชำระแล้วของเอไอเอส ให้แก่ Singtel Strategic Investments Pte. Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นเดิมของเอไอเอส ในราคา 130 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,930 ล้านบาท ทั้งนี้ ภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว บริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเอไอเอส คิดเป็นร้อยละ 40.45 ของทุนชำระแล้วของเอไอเอส และการขายหุ้นในครั้งนี้ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอำนาจควบคุมและการดำเนินงานของเอไอเอสแต่อย่างใด

  • Location

    ปี 2553

  • ไทยคมได้ทำการปลดระวางดาวเทียมไทยคม 1A และดาวเทียมไทยคม 2 ออกจากวงโคจร หลังจากครบกำหนดอายุการใช้งาน พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2554

  • Location

    ปี 2551

  • บริษัท ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดในพีเอส

  • เอไอเอสซื้อหุ้นของบริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด (เอเอ็มพี) ส่วนที่ NTT DoCoMo Co., Ltd. ถืออยู่ทั้งหมด ทำให้สัดส่วนการลงทุนของเอไอเอส ในเอเอ็มพี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 99.99

  • เอไอเอสขายหุ้นของบริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เอไอเอส ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ให้ดีพีซี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ เอไอเอส ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 98.55 เพื่อเป็น การปรับโครงสร้างของสายธุรกิจ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเป็นการผนวกจุดแข็งของเครือข่ายการสื่อสาร ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กับเครือข่ายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

  • ซีเอสแอล ลดทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้เดิม 1 บาทต่อหุ้น เป็น 0.25 บาทต่อหุ้น

  • Location

    ปี 2550

  • ตามมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 มีนาคม 2550 ที่อนุมัติให้ระงับการออกอากาศของไอทีวี โดยสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้มีหนังสือมายังไอทีวี ในวันที่ 7 มีนาคม 2550 เพื่อบอกเลิกสัญญาเข้าร่วม งานฯ กับไอทีวี โดยอ้างเหตุว่าไอทีวี ไม่ดำเนินการชำระหนี้ตามที่ สปน. เรียกร้อง และขอให้ส่งมอบทรัพย์สิน ที่ไอทีวี มีไว้ใช้ในการดำเนินกิจการตามสัญญาเข้าร่วมงานฯ คืนให้แก่ สปน. ซึ่งการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว เป็นเหตุให้ไอทีวี จำเป็นต้องหยุดดำเนินธุรกิจสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยูเอช เอฟ อย่างไรก็ตามไอทีวี ยังคง ดำเนินคดีฟ้องร้องกับ สปน. ต่อไปตามกระบวนการระงับข้อพิพาทตามสัญญาฯ และข้อเรียกร้องค่าเสียหาย ข้ออื่นๆ ที่เรียกร้องให้ สปน. ชดเชยความเสียหายโดยชำระคืนเป็นเงินสดให้แก่ไอทีวี โดยคดีความระหว่าง ไอทีวี และสปน.อยู่ในกระบวนการระงับข้อพิพาทที่สถาบันอนุญาโตตุลาการ

  • บริษัท ซื้อหุ้น บริษัท เพย์เม้นท์ โซลูชั่น จำกัด (พีเอส) ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 จากโอเค

  • บริษัท ขายหุ้นโอเค ที่ถืออยู่ทั้งหมดให้กับ บริษัท เอแคป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด (มหาชน) และ ORIX Corporation

  • บริษัท ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดในเอเอ ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้กับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของทีเอเอ

  • ไทยคมขายหุ้นบริษัท เชนนิงตัน อินเวสท์เมนท์ พีทีอี จำกัด (เชน) ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้แก่ Asia Mobile Holdings Pte. Ltd. ทำให้สัดส่วนการลงทุนของไทยคมในเชน ลดลงเหลือร้อยละ 51

  • Location

    ปี 2549

  • ดาวเทียมไทยคม 5 ได้ถูกส่งเข้าวงโคจรเป็นผลสำเร็จ และได้ดำเนินการปลดระวางดาวเทียมไทยคม 3 ออกจากวงโคจรค้างฟ้าตำแหน่งที่ 50.5 องศาตะวันออกไปสู่อวกาศ เนื่องจากระบบพลังงานไฟฟ้า ของดาวเทียมไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

  • บริษัท ซื้อหุ้นโอเค ที่ธนาคารดีบีเอสถืออยู่ทั้งหมด ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ในโอเค เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 99.99

  • จัดโครงสร้างการถือหุ้นในทีเอเอ โดยขายหุ้นทีเอเอที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมด ให้กับบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (เอเอ) ซึ่งเป็นบริษัทที่บริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 49 ทำให้สัดส่วนการลงทุนทางอ้อม ของบริษัทในทีเอเอลดลงเหลือร้อยละ 24.50

  • จัดโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท เอดี เวนเจอร์ จำกัด (เอดีวี) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท ชินนี่ดอทคอม จำกัด ซึ่งให้บริการข้อมูลข่าวสารและสาระความบันเทิงสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Contents) และบริการเว็บท่า hunsa.com โดยซีเอสแอลเข้าซื้อหุ้นเอดีวีจากบริษัทและกลุ่ม Mitsubishi ทำให้ซีเอสแอล เข้าถือหุ้นในทั้งหมดในเอดีวี

  • Location

    ปี 2548

  • ไทยคมเพิ่มทุนโดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยรวม 208 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 15.30 บาท รวม 3,182 ล้านบาท ซึ่งทำให้สัดส่วนการลงทุนของบริษัทในไทยคม ลดลงเป็นร้อยละ 41.34

  • ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ได้ถูกส่งเข้าวงโคจร ซึ่งเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์ดวงแรกของภาคพื้น เอเชียแปซิฟิก และเริ่มให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแก่ ทีโอที ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลักในประเทศไทย

  • ไอทีวี ร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่น คือ CA Mobile Ltd. และ Mitsui & Co., Ltd. (Mitsui) ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท มีเดีย คอนเน็คซ์ จำกัด (เอ็มซี) เพื่อประกอบธุรกิจผลิตเนื้อหาและสื่อโฆษณาบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60, 25 และ 15 ตามลำดับ ต่อมาในปี 2549 มีการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้น ในเอ็มซีโดยคงเหลือไอทีวี และ Mitsui ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ

  • ซีเอสแอลซื้อหุ้นทีเอ็มซีที่เหลือจากทีโอที ในสัดส่วนร้อยละ 36.75 ทำให้ซีเอสแอลเข้าถือหุ้นทั้งหมดในทีเอ็มซี

  • Location

    ปี 2547

  • มีการจัดโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด (ทีเอ็มซี) โดยให้ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) (ซีเอสแอล) เข้าซื้อหุ้นทีเอ็มซี จากบริษัท สัดส่วนร้อยละ 38.25 และซื้อหุ้น ทีเอ็มซีจาก Singtel Interactive Pte. Ltd. ในสัดส่วนร้อยละ 25 ทำให้ซีเอสแอล เข้าถือหุ้นในทีเอ็มซี ในสัดส่วนร้อยละ 63.25 เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกื้อหนุนกัน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการบริการจากความแข็งแกร่งของฐาน ข้อมูลของทีเอ็มซี

  • ซีเอสแอลเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก

  • Location

    ปี 2546

  • บริษัท เข้าลงทุนในสองธุรกิจใหม่ โดยร่วมกับ AirAsia Sdn. Bhd. จากประเทศมาเลเซีย ก่อตั้งบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด (ทีเอเอ) ในสัดส่วนร้อยละ 50 และ 49 ตามลำดับ เพื่อให้บริการสายการบิน ราคาประหยัดในประเทศไทย และร่วมกับธนาคารดีบีเอสจากประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งบริษัท แคปปิตอล โอเค จำกัด (โอเค) ในสัดส่วนร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ เพื่อดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อส่วนบุคคล โดยทั้งสองธุรกิจเริ่มให้บริการในปี 2547

  • Location

    ปี 2545

  • ไอทีวีเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยออกหุ้นสามัญออกขายให้นักลงทุน เป็นการทั่วไป เป็นครั้งแรก พร้อมกันนี้ บริษัท นำหุ้นไอทีวีที่ถืออยู่บางส่วนเสนอขายพร้อมกัน ทำให้สัดส่วนการลงทุนของบริษัท ในไอทีวี ลดลงเป็นร้อยละ 55.53

  • Location

    ปี 2544

  • มีการจัดโครงสร้างการถือหุ้นในสายธุรกิจโทรคมนาคมไร้สาย โดยให้เอไอเอส เข้าถือหุ้นดีพีซีโดยตรง ในสัดส่วนร้อยละ 98.17 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้มีการซื้อหุ้นดีพีซี จาก TMI Mauritius Limited ที่ถืออยู่ทั้งหมด

  • บริษัท และเอไอเอส เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 10 บาทต่อหุ้นเป็น 1 บาทต่อหุ้น

  • บริษัท ซื้อหุ้นไอทีวี เพิ่มจากธนาคารไทยพาณิชย์ และซื้อหุ้นไอทีวี ผ่านการทำคำเสนอซื้อ หลักทรัพย์ทั้งหมดของไอทีวี ทำให้สัดส่วนการลงทุนของบริษัท ในไอทีวี เพิ่มเป็นร้อยละ 77.48

  • Location

    ปี 2543

  • บริษัท เข้าลงทุนในบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (ดีพีซี) ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ดิจิตอล GSM ย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยเข้าซื้อหุ้นดีพีซี จากบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนร้อยละ 45.59 และต่อมาเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในดีพีซี ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 47.55

  • บริษัท เข้าลงทุนในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) (ไอทีวี) ในสัดส่วนร้อยละ 39 โดยซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ ไอที

  • Location

    ปี 2542

  • Singapore Telecom International Pte. Ltd. เข้าร่วมลงทุนในเอไอเอส ทำให้สัดส่วนการลงทุนของบริษัทในเอไอเอส ลดลงเหลือประมาณร้อยละ 42

  • Location

    ปี 2540

  • ดาวเทียมไทยคม 3 ได้ถูกส่งเข้าวงโคจรเป็นผลสำเร็จ

  • Location

    ปี 2537

  • บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เปลี่ยนเป็นบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2542 และเปลี่ยนเป็นบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (ไทยคม) ในปี 2551)

  • ดาวเทียมไทยคม 2 ได้ถูกส่งเข้าวงโคจรเป็นผลสำเร็จ

  • Location

    ปี 2536

  • ดาวเทียมไทยคม 1 ได้ถูกส่งเข้าวงโคจรเป็นผลสำเร็จ

  • บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน

  • Location

    ปี 2534

  • บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด ได้รับอนุญาตจากกระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้จัดสร้าง จัดส่ง และให้บริการดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติโดยมีอายุ 30 ปีคุ้มครองสิทธิภายในเวลา 8 ปี

  • เอไอเอสเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และต่อมาจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ในปี 2535

  • Location

    ปี 2533

  • บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ จำกัด เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  • บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(เอไอเอส)ได้รับอนุญาตจาก องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ปัจจุบัน คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (ทีโอที)) ให้ดำเนินการติดตั้งและให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเซลลูลาร์ 900 ตามสัญญาร่วมการงานแบบบีทีโอ (BTO: Build-Transfer-Operate) เป็นระยะเวลา 20 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ได้ขยายเวลาของสัญญาร่วมการงานเป็น 25 ปี สิ้นสุดปี 2558

  • Location

    ปี 2526

  • จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ เซอร์วิส แอนด์ อินเวสเมนท์ จำกัด วัตถุประสงค์หลักคือ จำหน่ายและให้เช่าคอมพิวเตอร์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ (เปลี่ยนเป็นบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ จำกัด ในปี 2527 และเปลี่ยนเป็นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(บริษัท) ในปี 2544)